yay-6959566-digita1l

10 อาหารอันตราย ก่อสารมะเร็งให้ร่างกาย…อย่างที่ไม่ควรมองข้าม !

เชื่อว่าหลายคนย่อมมีเมนูอาหารโปรดที่ชอบทานเป็นประจำกันอย่างแน่นอน แต่เคยนึกเอะใจมั้ยคะว่าอาหารที่ชอบทานนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากน้อยแค่ไหน เพราะอาหารบางชนิดก็มีโทษต่อร่างกายไม่น้อย

โดยเฉพาะ 10 เมนูอาหารที่เต็มไปด้วยสารก่อมะเร็งเหล่านี้ ยิ่งทาน ยิ่งเพิ่มอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารก่อสารมะเร็ง ที่นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจและเนื้องอกในสมองแล้ว ยังมีความเสี่ยงก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้สูงอีกด้วย ว่าแต่มีอาหารใดบ้าง ตาม kaewsaiidea.com มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ

อาหารอันตราย สารก่อมะเร็ง

1.แฮมเบอร์เกอร์

แฮมเบอร์เกอร์ ถือเป็นอาหารที่มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้สูง เพราะกว่าที่จะมาเป็นแฮมเบอร์เกอร์พร้อมทานนั้น เวลาในระหว่างรอนำเนื้อมาปรุง แบคทีเรียมักจะก่อตัวขึ้นได้ง่าย จึงจำเป็นต้องใช้สารเคมีสีแดงมาใช้กำจัดเนื้อที่ใกล้เน่าเสีย เพื่อให้เนื้อแดงกลับมาสู่สภาพเดิมได้อีกครั้ง นอกจากนี้ โดยส่วนมากแฮมเบอร์เกอร์มักใส่สารปรุงรส (MSG = Monosodium Glutamate) สารดังกล่าวจะก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะและมีอาการแพ้ขึ้นได้ ทั้งนี้ก็เพราะสาร MSG เป็นสารเคมีที่ทางห้องปฏิบัติการนำมาใช้ทดลองกับสัตว์เพื่อทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และเมื่อเราทานเข้าไปก็ย่อมส่งผลทำให้น้ำหนักตัวขึ้น จนอ้วนได้ง่ายนั่นเอง

แฮมเบอร์เกอร์

2.ขนมขบเคี้ยวกรุบกรอบ

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันมีขนมกรุบกรอบผลิตออกมาจำหน่ายมากมายเกลื่อนเมือง โดยเฉพาะมันฝรั่งแผ่นทอด ซึ่งน้ำมันที่ใช้ทอดแต่ละครั้งก็จะเกิดการออกซิไดซ์ขึ้นได้ อีกทั้งการทอดในอุณหภูมิสูงยังทำให้เกิดสารอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ออกมา ซึ่งสารนี้เป็นสารก่อมะเร็งและยังทำลายระบบประสาทได้อีกด้วย

เพราะฉะนั้น การทานมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบเพียง 1 ถุงก็อาจจะทำให้ร่างกายได้รับสารอะคริลิไมด์สูงมากกว่า 500 เท่าเลยทีเดียว เมื่อนำมาเทียบกับอัตราสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้กับน้ำดื่มทั่วไป โดยสรุปแล้วการทานขนมมันฝรั่งทอด 1 ชิ้นก็อาจทำให้ได้รับสารอะคริลิไมด์ เทียบเท่ากับปริมาณที่มีอยู่ในน้ำดื่ม 1 แก้วนั่นเอง

นอกจากนี้ ขนมกรุบกรอบดังกล่าวยังมีไขมันอิ่มตัวซุกซ่อนอยู่มาก และยังมีเกลือโซเดียมสูง อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ไม่เพียงเท่านั้น มันยังเข้าไปปิดกั้นการดูดซึมสำหรับไขมัน ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารต่างๆ ไปใช้ได้อย่างเต็มที่ จนก่อให้เกิดการปิดกั้นการดูดซึมของสารคาโรทินอยด์ และสารเคมีชนิดอื่นๆ ที่ได้จากพืช ซึ่งมีหน้าที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคจุดด่างบนผิวหนัง จนทำให้ระบบการป้องกันโรคเหล่านั้นทำงานต่ำประสิทธิภาพลงตาม

ขนมขบเคี้ยว

3.เฟร้นช์ฟราย มันฝรั่งทอด

หลายคนชื่นชอบการกินเฟร้นช์ฟรายกันเป็นอย่างมาก ซึ่งเฟร้นช์ฟราย และมันฝรั่งทอด ล้วนเป็นอาหารที่ให้ความเป็นพิษต่อร่างกายสูงมากเช่นกัน เพราะการทอดเฟร้นช์ฟรายมักใช้อุณหภูมิในการทอดสูง จึงทำให้มีสารอะคริลิไมด์ออกมา นอกจากนี้ น้ำมันที่ใช้ทอดมันฝรั่งในแต่ละครั้งยังเกิดการออกซิไดซ์ ซึ่งมันฝรั่งก็ยังมีดรรชนีกลีซิมิค (Glycemic) อยู่ปริมาณสูง โดยสามารถเปลี่ยนรูปแบบจากแป้งมาเป็นน้ำตาลในร่างกายได้อย่างรวดเร็วขึ้นด้วยนั่นเอง

เฟร้นช์ฟราย

4.ไอศกรีม

ไอศกรีม ของหวานอร่อยที่หลายคนโปรดปราน กลับมีปริมาณไขมันสูงเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้ทานต่อครั้งต่อวัน และยังมีคาร์โบไฮเดรตมากเกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้ทานต่อครั้งต่อวันเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีปริมาณน้ำตาลสูงซึ่งจะยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น และน้ำตาลก็ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นเร็วขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ก็เพราะไอศกรีมเต็มไปด้วยไขมันไฮโดรจีเน็ตและไขมันที่เปลี่ยน (Transfat) ไปจากธรรมชาติ ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ การทานไอศกรีมเป็นประจำยังทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงขึ้น ส่งผลให้เส้นเลือดแดงใหญ่เกิดการอุดตัน และทำให้ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้ดีทั้งสิ้น

ไอศกรีม

5.น้ำอัดลม

กรดกำมะถัน (Phosphoric acid) คือสารสำคัญที่มีอยู่ในน้ำอัดลม และยังมีค่าความเป็นกรดสูงมาก โดยสูงพอที่จะสามารถละลายตะปูได้ภายในระยะเวลา 4 วัน กรดชนิดนี้เมื่อเข้าไปสะสมในร่างกายแล้ว ยากยิ่งนักที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงง่าย นอกจากนี้ น้ำโซดาที่นับว่าเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของน้ำอัดลม ยังมีบทบาททำลายแคลเซียมในกระดูกจนทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนอีกด้วย

ในน้ำอัดลม 1 กระป๋อง ยังมีปริมาณน้ำตาลที่ไม่ให้พลังงานใดๆ เลยอยู่ที่ 12 ช้อนชา ส่วนน้ำอัดลมที่ช่วยเรื่องการลดน้ำหนักตัวหรือ Diet soda ก็มักใช้น้ำตาลเทียมสังเคราะห์ (Artificial sweetener) เพื่อเพิ่มความหวานให้แก่ร่างกาย แต่มันกลับจะยิ่งทำให้เกิดการกระหายน้ำตาลมากขึ้น เนื่องจากน้ำตาลสังเคราะห์จะมีรสหวานมากกว่าน้ำตาลทั่วไป อีกทั้งสีที่ใช้แต่งน้ำอัดลม ยังเป็นสารก่อมะเร็งด้วยเช่นเดียวกัน

น้ำอัดลม

6.โดนัท

โดยทั่วไปแล้ว โดนัทจะให้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 แคลอรี โดยในโดนัท 1 ชิ้น ประกอบไปด้วยแป้งคาร์โบไฮเดรตมากกว่า 50% ของปริมาณที่แนะนำให้ทานต่อครั้งต่อวัน และยังมีปริมาณโซเดียมสูงจึงทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำได้ นอกจากนี้ การทอดโดนัทยังทอดด้วยน้ำมันอุณหภูมิสูง น้ำมันที่ทอดยังมีกลิ่นหืนและก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระขึ้นง่าย จนทำให้เกิดสารพิษและทำให้ระบบเมตาบอลิซึ่มภายในร่างกายทำงานต่ำลง นอกจากทำลายสุขภาพโดยรวมให้แย่ลงแล้ว การทานโดนัทยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แก่เร็วได้ด้วย

โดนัท

7.คุกกี้      

คุกกี้ ขนมกรุบกรอบที่หลายคนนิยมทานตอนท้องว่าง มีสัดส่วนของน้ำตาลสูงมากถึง 23 กรัม ขนมประเภทที่มีส่วนผสมจากน้ำตาลสูงเช่นนี้ มักส่งผลให้ผิวหนังเหี่ยวย่น และมีริ้วรอยก่อนวัยขึ้นเร็ว

คุกกี้

8.พิซซ่า

พิซซ่า ขนาดใหญ่ดูเหมือนจะประกอบไปด้วยสารอาหารต่างๆ มากมายที่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ทว่าแท้จริงแล้ว ส่วนประกอบในการทำพิซซ่านั้นมาจากการตัดแต่งพันธุกรรมจากอาหารทั้ง 5 ชนิด ได้แก่

1.เนยแท้ (cheese) ซึ่งมีปริมาณเพียงแค่ 10% เท่านั้น

2.แป้ง โดยใช้แป้งที่ผ่านการฟอกขาวจนวิตามินและเกลือแร่หลุดออกไปหมดแล้ว ที่เหลือก็เพียงแต่งเติมเกลือแร่สังเคราะห์เข้าไปทดแทนตามจำนวนของโมเลกุลเดิม

3.ซอสมะเขือเทศ โดยทำมาจากสารที่คล้ายมะเขือเทศ ซึ่งสร้างยาฆ่าแมลงขึ้นมาได้เองภายในร่างกายของเรา

4.แป้งสาลี โดยเลือกใช้แป้งชนิดที่ผ่านการตัดแต่งทางพันธุกรรมมาเป็นส่วนประกอบ

5.น้ำมันฝ้าย ซึ่งฝ้ายนั้นไม่ได้จัดว่าเป็นพืชจำพวกอาหาร อีกทั้งยังผ่านการสเปรย์จากยาฆ่าแมลงที่ทางชาวไร่ใช้ฝ้ายจากในเมล็ด และยังเป็นตัวดูดสารพิษต่างๆ มาเก็บไว้มากที่สุด อีกทั้งยังเป็นน้ำมันไฮโดรจีเนตที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมากทีเดียว

พิซซ่า

นอกจากนี้ ผิวหน้าของแป้งพิซซ่าที่ผ่านการอบด้วยอุณหภูมิสูง ยังอาจมีสารอะคริลิไมด์เกิดขึ้นในขณะอบได้ด้วย ในขณะที่การเพิ่มหน้าพิซซ่าหรือการเพิ่มหน้าไส้กรอก จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงจากสารไนไตรท์ สารกันบูด สารเคมีอื่นๆ และไขมันอิ่มตัวสูงมากขึ้นพร้อมๆ กัน

9.ฮอทด็อก

ฮอทด็อก นับเป็นอาหารอีกชนิดที่อันตรายไม่น้อยไปกว่าแฮมเบอร์เกอร์ เพราะมีกระบวนการผลิตที่คล้ายคลึงกัน อีกทั้งฮอทด็อกยังใส่สารไนไตรท์ เพื่อให้เนื้อเกิดการยึดตัวและยังช่วยเติมปริมาณไส้กรอกให้ดูแน่นขึ้นด้วย สำหรับสารไนไตรท์นั้นเป็นสารอันตรายที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งสูง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะและเนื้องอกในสมอง

ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ ยังมีถุงหลอดที่บรรจุฮอทด็อกด้วยที่นับว่ามีสารอันตรายก่อให้เกิดมะเร็งสูงได้เช่นเดียวกัน เพราะถุงหลอดผลิตจากคอลลาเจนสังเคราะห์ โดยมีไขมันเป็นสารประกอบซึ่งไม่เปิดเผยอยู่ที่ประมาณ 40% เมื่อนำฮอทด็อกไปทำอาหารอย่างการปิ้ง ย่าง ก็จะก่อให้เกิดสารพิษอันตรายร้ายแรงที่เรียกว่า "อะคริลิไมด์" (Acrylimides) ออกมา ซึ่งสารนี้นอกจากเป็นสารก่อมะเร็งแล้ว ยังทำลายระบบประสาทอีกด้วย

ฮอทด็อก

10.ไก่ทอด และเนื้อไก่นุ่มแบบไม่มีกระดูก

เมนูไก่ทอดและเนื้อนุ่มแบบไร้กระดูกนี้ เป็นเมนูที่ทำจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ได้นำมาใช้แล้ว ซึ่งโดยทั่วไปจะให้พลังงานแก่ร่างกายอยู่ที่ 340 แคลอรี 50% เป็นปริมาณของไขมัน และยังมีแป้งขนมปังผสมอยู่เป็นจำนวนมาก มันจึงมีคาร์โบไฮเดรตสูง และยังแต่งเติมสารปรุงรส MSG จนก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะและมีอาการแพ้เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้แล้ว นัคเก็ตไก่ก็อาจจะยังมีสารอะลูมิเนียม ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสมอง และยังทำลายระบบเมตาบอลิซึ่มภายในร่างกายให้พังลงได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าอาหารอันตรายทั้ง 10 ชนิดเหล่านี้ ล้วนเป็นอาหารก่อสารมะเร็งทั้งสิ้น เพราะมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากมาย ใครไม่อยากให้สุขภาพร่างกายแฝงไปด้วยโรคร้ายในวันหน้า ต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานกันบ้างแล้วนะคะ

ความคิดเห็น