yay-6959566-digita1l

ไม่มีแล้ว สำหรับเรา

ทำบุญ ให้ทาน ใส่บาตร ตักบาตร ขอพร ปีใหม่ พระสงฆ์

อ่านพระธรรมจิตแจ่มใส สงบ สว่าง มีความสุขกาย สุขใจ สุขวาจา จริงแท้ อ่านแล้วอ่านอีกก็สุขอีก……สาธุค่ะ

       อานิสงส์ของการให้ การให้ข้าวน้ำชื่อว่าให้กำลัง การให้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มชื่อว่าให้ผิวพรรณ การให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุขทั้งกายและใจ การให้ประทีปดวงไฟชื่อว่าให้ดวงตา การให้ที่อยู่อาศัยชื่อว่าให้ทุกอย่าง คือให้กำลัง ให้ผิวพรรณ ให้ความสุข ให้ประโยชน์ และให้ดวงตา

       เมื่อมีโอกาสได้เป็นผู้ให้ จงให้เถอะ เพราะการให้นั้นย่อมมีความสุข ความปีติเสมอ ทำบุญทำทานมากน้อยตามอัธยาศัย เป็นความดี เป็นบุญกุศล ไม่ขาดทุน คือวันที่ได้ทำบุญและให้อภัย ชีวิตได้กำไรคือวันที่เราตั้งใจทำความดี จะมีใครเห็นหรือไม่เห็นไม่สำคัญ ใจเรานั้น รู้ว่าดี เท่านี้พอ

       เอาทานเป็นทุน เอาบุญเป็นกำไร เอาความสุขใจเป็นรางวัลของชีวิต เวลาเป็นสิ่งเดียวในโลก ที่ทุกคนได้รับ เสมอหน้ากัน ไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบกันเลย แล้วแต่ใครจะใช้เวลาแต่ละวินาทีอย่างมีค่าและคุ้มค่ากัน เป็นเรื่องที่น่าคิดน่าทำ

       ธรรมเพียงบทเดียว ก็สามารถที่จะให้ประโยชน์ ได้ทั้งชาตินี้และชาติหน้า และอาจจะทำให้สำเร็จตามความปรารถนาทุกประการ คืออัปปมาทธรรม ได้แก่ความไม่ประมาท มีสติระลึกอยู่เสมอ ความรู้สึกตัวว่ากำลังโกรธนั่นคือสติ การไม่ทำตามความโกรธคือความอดทน เมื่อความรู้สึกโกรธเศร้าหมองหายไป เกิดการรับรู้ว่าอารมณ์ต่าง ๆ เป็นของไม่เที่ยง ไม่แน่นอน เกิดขึ้นแล้วดับไปนั่นคือปัญญา

       ทำบุญแล้วอุ่นใจ มีบุญไว้เกื้อหนุน บางสิ่งบางอย่างไม่จำเป็นต้องร้องขอ เพราะมันรอส่งผลให้เราอยู่ ถ้าเชื่อในผลของกรรมคือพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จงทำแต่กรรมดี ผลที่ได้เป็นสิ่งน่ายินดี เป็นพระคุณช่วยค้ำจุน ยามก้าวไปมีบุญอยู่เบื้องหลัง เป็นเสบียงไม่ยากไร้ เดินทางได้ไม่กันดาร

ละครไทย โขน การแสดงไทย ศิลปะไทย หน้ากาก หัวโขน การสแสดง

       ชีวิตไม่มีอะไรเป็นแก่นแท้แน่นอน ชีวิตเปรียบเหมือนบทละครฉากหนึ่ง ชีวิตมันมีทั้ง สุข ทุกข์  เศร้า เหงาซึม เราเกิดมาแล้วชาติหนึ่งเพื่อไม่ให้เสียชาติเกิด จะตักตวงคุณงามความดีทุก ๆ วันให้ถึงที่สุด เสมือนหนึ่งดุจพรุ่งนี้และชาติหน้า ไม่รู้ว่าวันไหนจะมาถึงก่อนกัน จะทำทุก ๆ วันเป็นดั่งวันสุดท้ายของชีวิต ด้วยการทำความดีอย่างจริงใจและจริงจัง เหมือนจะไม่มีโอกาสได้ทำอีกแล้ว

       พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรารู้จักทุกข์ เรียนรู้ทุกข์ เข้าใจทุกข์ หาเหตุแห่งทุกข์ แล้วกลับไปแก้ตรงที่ทำให้เกิดทุกข์ คนที่มีความสุขพอใจเพียงพอ มิใช่คนที่มีมากที่สุด แต่เป็นคนที่ต้องการน้อยที่สุด ยิ่งมีความต้องการน้อยลง สิ่งที่มีอยู่เดิมก็ดูเหมือนมีคุณค่ามากขึ้น

       คนที่โชคดีที่สุดคือคนที่ไม่ถือโทษโกรธใคร ไม่อิจฉาใคร ไม่ผูกพยาบาทใคร คนที่มองโลกตามความเป็นจริง และยอมรับความจริง ทุกคนที่มาเจอกัน มีเวลาอยู่ด้วยกัน แค่ช่วงเวลาเดียว สั้นยาวไม่รู้ เพื่อเป็นบทเรียน เพื่อเป็นการลงโทษ หรือเพื่อเป็นเจ้าบุญนายคน เจ้ากรรมนายเวรของกันและกัน นิสัยคือกรรมที่ทำเป็นอาจิณนิสัย ชีวิตปัจจุบันนี้สั่งสมไว้อย่างไร ชีวิตหน้าก็จักเป็นทายาทรับผล ที่สร้างไว้เป็นมรดกต่อไป จงอยู่กับความเป็นปรกติ มีจิตว่าง สงบ และเย็นอยู่เสมอ

       เวลาทุกข์ พระและวัดไม่เคยทิ้งเรา เวลาสุขเราก็อย่าทิ้งพระและวัด ประตูวัดต้อนรับคนมีทุกข์และคนมีสุข ตอนทุกข์เข้าวัดเพื่อปลดเปลื้องทุกข์ ตอนสุขเข้าวัดเพื่อเพิ่มพูนความสุขให้ยั่งยืน ปัญหาเป็นสิ่งที่เราต้องแก้ กรรมเป็นสิ่งที่เราต้องชดใช้ ทุกข์เป็นสิ่งที่ดับ เหล่านี้เป็นภาระของเรา สาธุ สาธุ สาธุ

สงบ พระ สามเณร วัด ร่ม พระสงฆ์ นั่ง รอ

ความคิดเห็น