yay-6959566-digita1l

แม่ท้องเป็นมะเร็ง ..ทำคีโมได้หรือไม่?

หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากพบเจอกับมะเร็งไม่ว่าจะชนิดใดหรือจะเพิ่งเริ่มเกิดขึ้น โดยเฉพาะมีเจ้าตัวเล็กน้อยๆ ที่กำลังเติบโตและจะลืมตาออกมาดูโลกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แต่เมื่อเลือกไม่ได้และจำเป็นต้องทำคีโมจริงๆ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ ประกอบการตัดสินใจและการดูแลรักษาตัวเองหลังทำคีโม ดังนั้น เราลองมาดูว่าจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง

แม่ท้องเป็นมะเร็ง ..ทำคีโมได้หรือไม่?

การทำคีโมในหญิงตั้งครรภ์
การทำคีโมในหญิงตั้งครรภ์มีให้เห็นไม่บ่อยนัก ประมาณ 1 ต่อ 1,000 คนเท่านั้น และการทำคีโมก็ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง หากตรวจพบและวินิจฉัยแล้วว่ามีตัวบ่งชี้ที่จำเป็นต้องให้ทำในขณะตั้งครรภ์ คุณหมอผู้ดูแลจะพิจารณาให้ยาคีโมโดยดูว่าคุณแม่มีอายุครรภ์อยู่ในช่วงไตรมาสใด ซึ่งในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์นั้นจะเป็นช่วงที่ทารกน้อยกำลังสร้างอวัยวะต่างๆ หากให้ยาคีโมในช่วงนี้อาจจะส่งผลให้อวัยวะที่กำลังสร้างตัวเกิดการเจริญเติบโตผิดรูป ดังนั้น เมื่อเกิดความจำเป็นต้องให้ยาคีโมต่อคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ คุณหมอผู้ดูแลมักจะเลือกให้ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 เพื่อปกป้องทารกน้อยจากผลกระทบดังกล่าว 

ขั้นตอนและวิธีการทำคีโมในคุณแม่ตั้งครรภ์
เมื่อตกลงว่าจะทำคีโมแล้ว คุณหมอผู้ดูแลจะเป็นผู้เลือกตัวยาให้กับคุณแม่อย่างเหมาะสม โดยการเลือกยาคีโมขึ้นอยู่กับว่าคุณแม่เป็นมะเร็งชนิดใด เป็นที่อวัยวะส่วนใด และอยู่ในระยะไหนของมะเร็งนั้น รวมไปถึงอายุครรภ์ของคุณแม่ขณะนั้นด้วยว่าตั้งครรภ์ได้กี่สัปดาห์ และการทำคีโมบางชนิดสามารถทำได้ทั้งโดยการกินและการฉีด แต่วิธีการส่วนใหญ่ที่นิยมคือการให้ยาคีโมทางหลอดเลือดดำผ่านน้ำเกลือ  

แม่ท้องเป็นมะเร็ง ..ทำคีโมได้หรือไม่?

ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นต่อแม่และเด็ก
ผลข้างเคียงของยาคีโมจะขึ้นอยู่กับกลไลการออกฤทธิ์ของยาและอายุครรภ์ของคุณแม่ในขณะที่รับยา ซึ่งยาคีโมส่วนใหญ่เป็นยาในกลุ่มที่ศึกษาในสัตว์ทดลองแล้วพบว่ามีผลเสีย แต่ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ ดังนั้น หลังการทำคีโมอาจทำให้เกิดภาวะบางอย่างต่อหญิงตั้งครรภ์และเด็กในท้อง เช่น

1.ในคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น
อาจมีผลทำให้เกล็ดเลือดต่ำเนื่องจากผลข้างเคียงของยาคีโมไปกดเม็ดเลือด หากคุณแม่ได้รับในช่วงใกล้คลอดอาจเสี่ยงต่อการตกเลือดหลังคลอด หรือเม็ดเลือดขาวต่ำทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

2.ในต่อทารกน้อยในครรภ์
เพราะรกไม่สามารถป้องกันยาคีโมได้ ทำให้สามารถผ่านเข้าถึงตัวเด็ก อาจทำให้เด็กมีการเติบโตช้า น้ำหนักแรกคลอดน้อย และอาจคลอดก่อนกำหนดหรือแท้งได้ 

แม่ท้องเป็นมะเร็ง ..ทำคีโมได้หรือไม่?

ผลข้างเคียงอื่นๆ ที่มีต่อสุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์
ผลกระทบต่อต่อมรับรส ทำให้การรับรสแย่ลง ความอยากอาหารลดลง แต่ส่วนมากจะรับประทานอาหารได้ดีในช่วงเช้า จึงควรเน้นมื้อเช้าให้ทานมากหน่อย และอาจเพิ่มเทคนิคใหม่ๆ ในการปรุงรสชาติเพื่อกระตุ้นให้ทานอาหารได้มากขึ้น โดยเฉพาะการดื่มน้ำซึ่งสำคัญกับคุณแม่ขณะท้องเป็นอย่างมาก อาจบีบมะนาวเพื่อหรือดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นเพิ่มเติม

1. อาการท้องผูก ซึ่งเกิดขึ้นได้กับคนทำคีโมและเป็นของคู่กันกับคนท้องด้วย ดังนั้นการดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่มีเส้นใยจะช่วยได้ รวมไปถึงการออกกำลังกาย เช่นการเดินสัก 20 นาทีก็สามารถกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้

2. น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น จึงควรรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เนื้อไม่ติดมัน เน้นอาหารต้ม นึ่ง และผัก

3. ท้องเสีย ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันๆ ทอดๆ และเครื่องดื่มทีมีกาเฟอีน น้ำตาล น้ำผลไม้ ผักสด อาหารดิบและแอลกอฮอล์ และควรเพิ่มการรับประทานอาหารและน้ำที่มีธาตุโซเดียมและโพแทสเซียม เช่น เกลือแร่ กล้วย น้ำสะอาด หรืออาการเหลว เพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายเสียไป 

แม่ท้องเป็นมะเร็ง ..ทำคีโมได้หรือไม่?

4. เป็นแผลในปาก ซึ่งมีผลจากยาคีโมบางประเภทจะทำให้เกิดแผลในปากหรือเยื่อบุช่องปากอักเสบ ควรรักษาความชุ่นชื้นในปากด้วยการดื่มน้ำมากๆ ตลอดทั้งวัน

5. ร่างกายขาดน้ำ โดยมีสัญญาณเตือนคือ อาการปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยหรือมีสีเหลืองเข้ม ไม่มีน้ำตา

6. อาการคลื่นไส้ ดังนั้น ควรกินอาหารเย็นๆ แทนอาหารอุ่นๆ เพราะจะทำให้คลื่นไส้น้อยลง และควรทานอาหารก่อนจะรู้สึกหิวจะช่วยได้

7. ระมัดระวังการทานอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนทุกครั้งที่จะกินอาหารเสริมและสมุนไพรเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหายาตีกัน 

แม่ท้องเป็นมะเร็ง ..ทำคีโมได้หรือไม่?

การดูแลตัวเองในคุณแม่ตั้งครรภ์หลังจากทำคีโม
หลังการทำคีโมประมาณ 10-14 วัน อาจทำให้คุณแม่มีภูมิต้านทานลดลงและส่งผลต่อสุขภาพ เนื่องจากยาคีโมมีผลต่อสุขภาพโดยตรงทั้งต่อเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติของคนเรา ดังนั้น คุณแม่จึงควรดูแลตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อต่อสู้โรคร้ายและฟื้นฟูร่างกายทั้งของตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกินอาหารที่ใหม่ สด สะอาด ปรุงสุก และถูกสุขลักษณะ การกินอาหารรสอ่อน ไม่เผ็ด รักษาร่างกายให้อบอุ่น ไม่ควรอยู่ในที่แออัด หรือมีผู้คนมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อ รวมไปถึงต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการที่ต้องมาโรงพยาบาลทันที คือ ท้องเสีย ถ่ายเหลวอย่างรุนแรงและมีไข้ เป็นต้น

ดังที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น คุณแม่ที่จำเป็นต้องทำคีโมควรเตรียมตัวเตรียมการและเตรียมใจเข้ารับการรักษาให้ประสบผลสำเร็จและมีการดูแลตัวเองหลังทำคีโมอย่างถูกต้องเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยในครรภ์และตัวคุณแม่เอง

ความคิดเห็น