yay-6959566-digita1l

ปวดหัวไมเกรน โรคทรมานที่คุณก็แก้ได้ [1]

สาวๆ เคยกันมั้ยคะเวลาที่เราเครียดเรื่องอะไรมากๆ หนักเข้าถึงขั้นเก็บไปนอนคิด กลิ้งไปสิบตลบก็ยังไม่หาย เครียดต่อจนกระทั่งไมเกรนรุมเร้ากันเลยทีเดียว หลายวันนี้แก้วใสเป็นบ่อยค่ะ มีเรื่องให้ต้องเครียดจนเกิดเป็นไมเกรนก็เลยอยากจะนำความรู้เกี่ยวกับโรคไมเกรนมาแนะนำสาวๆ ให้ได้ทราบกัน เพราะเชื่อว่ามีหลายคนทีเดียวที่เป็นแบบนี้ ไมเกรนเป็นอย่างไร มีอาการอย่างไรบ้างนั้น เรามาดูกันเลยนะคะ

Pain

โรคไมเกรนเกิดจากอะไร
ไมเกรนเกิดจากการบีบตัวและการคลายตัวของหลอดเลือดแดงภายในสมองที่มีมากเกินปกติค่ะ ทำให้เรามีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง สำหรับแก้วใสแล้วมักมีอาการปวดข้างเดียวแบบจี๊ดๆ คล้ายมีเข็มมาทิ่มให้รู้สึกทรมาน หากลืมตาก็พร่ามัวไปหมด มีอาการอยากจะอาเจียนร่วมด้วย คนที่แก้วใสรู้จักบางคนเวลาเป็นไมเกรนมักจะมีอาการหนักมากจนถึงขั้นคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยกันเลยทีเดียวและหนักมากจนถึงขั้นเข้านอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลกันเลยด้วยซ้ำ ในบางรายที่อาจจะไม่ได้หนักมาก บ้างก็มาพร้อมอาการตาพร่ามัว ตาลาย มองเห็นแสงระยิบระยับเต็มไปหมดเช่นกัน แต่เมื่อทานยาและนอนพักอาการก็จะทุเลาขึ้น

อาการปวดไมเกรนเป็นยังไงนะ
ก่อนที่เราจะมีอาการปวดหัวไมเกรน บางรายอาจจะมีอาการอื่นๆ ก่อน เช่น มองเห็นแสงระยิบระยับรอบๆ ตัวหรือมองเห็นภาพที่บิดเบี้ยวแปลกๆ จากนั้นจะเริ่มมีอาการดังนี้ตามมาค่ะ
– อาการปวดหัวข้างเดียว
ไม่ว่าจะปวดข้างซ้ายหรือขวาก็ปวดได้หมด ส่วนมากไมเกรนมักจะปวดข้างเดียวกันเสียมากกว่า แต่บางรายก็พบว่าสามารถปวดได้ทั้ง 2 ข้างเช่นกัน และหากมีอาการหนักมากก็ถึงขั้นปวดรุนแรงจนทำงานกันไม่ได้เลยทีเดียว

– อาการปวดตุ้บๆ
บางคนจะปวดแบบตุ้บๆ ภายในสมองและปวดได้ทั้งแบบตี้อๆ สลับกันไปค่ะ กรณีนี้อาจจะเป็นกันถึงขั้นลุกลามไปถึงสัปดาห์กันเลยก็มี นับว่าทรมานกันไม่น้อย

– ปวดหัวแรงมากจนอาเจียน
บางรายอาจจะมีอาการอาเจียนก่อนที่จะปวดหรืออาเจียนหลังปวดก็ได้ แต่ในรายที่เป็นหนักมากจะถึงขั้นทานอาหารอะไรแทบไม่ได้เลย เพราะยิ่งทานจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการอาเจียนรุนแรงหนักขึ้น

Portrait-Of-Stressed-Young

ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน
ความเครียดและอดนอน
หลักๆ เลยนะคะ สาเหตุที่คนเรามักเกิดไมเกรนก็เนื่องจากความเครียดอันดับหนึ่ง รองลงมาก็คือ การอดนอนหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ

– การทำงานหนักมากจนเกินไป
ซึ่งเป็นการใช้งานสมองหนักและร่างกายก็ขาดการพักผ่อนร่วมด้วยดังนั้น ใครที่พลาดตรงนี้คราวหน้าก็ต้องหมั่นหาเวลารีแล็กซ์กันบ้างนะคะ เพื่อให้สมองของเราได้รับการผ่อนคลายนั่นเองค่ะ

– อาหารบางชนิด
อาหารบางชนิดก็ส่งผลกระตุ้นให้เป็นไมเกรนได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น กล้วยหอม ส้ม น้ำตาลเทียม ชา กาแฟ ช็อกโกแลต ผงชูรส น้ำแอปเปิ้ล ไวน์แดง ถั่วลิสง ไส้กรอก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกระหล่ำปลีดอง เป็นต้น ส่วนแก้วใสนั้นจากประสบการณ์ที่เคยเป็น อาหารที่ทานแล้วเป็นไมเกรนก็คือ นมช็อกโกแลต กาแฟและส้มค่ะ ทานแล้วมักจะปวดหัวตุ้บๆ หรือบางทีก็ปวดข้างเดียวนี่แหละ โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่แตะไม่ได้เลยเด็ดขาด ร่างกายแก้วใสไม่ถูกกับมันอย่างยิ่ง ถ้าลองได้แตะแม้เพียงนิดเดียวถึงขั้นปวดจี๊ดและเป็นลมล้มพับทันใดเลยค่ะ จากนี้เลยต้องระวังการทานอาหารเหล่านี้มากขึ้น นานๆ ทานทีก็พอจะได้อยู่นะ หากช่วงนั้นสุขภาพของเราแข็งแรงมีภูมิต้านมากพอ

Beautiful-young-woman-in-bed

– ระหว่างมีประจำเดือนหรือจากยาคุมกำเนิด
เชื่อว่าสาวๆ หลายคนเคยเป็นกันเยอะมากแน่ๆ สำหรับอาการปวดไมเกรนอย่างหนักในระหว่างช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากฮอร์โมนที่แปรปรวนภายในร่างกาย บวกกับการทานยาคุมกำเนิดเป็นประจำ รับรองค่ะว่ายากจะหลีกเลี่ยงอาการไมเกรนอย่างทรมานนี้ไปได้ยาก แก้วใสเคยปวดไมเกรนหนักและทรมานมากๆ ในระหว่างมีประจำเดือนสาเหตุก็เนื่องจากการรับประทานยาคุมกำเนิดนั่นเอง แต่ทุกวันนี้หยุดทานยาไปแล้วค่ะ ไม่ได้ทานยาชนิดใดเกี่ยวกับฮอร์โมนทั้งสิ้นจึงไม่มีอาการปวดไมเกรนระหว่างมีรอบเดือนให้ทรมานบ่อยๆ อีกแล้ว อีกทั้งอาการปวดท้องขณะมีรอบเดือนก็แทบจะไม่มีด้วยนะ

– สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย
หากเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังมาก หรือมีอากาศร้อนจัดเย็นจัดรวมถึงบริเวณที่มีแสงจ้ามากเกินไปก็ส่งผลให้เป็นไมเกรนได้เช่นกันค่ะ สมัยก่อนตอนเรียนแก้วใสก็เป็นไมเกรน เพราะแดดร้อนจัดจนกระทั่งเป็นลมมาบ่อยแล้วเช่นกัน แทบจะเรียกว่าเป็นยัยขี้โรคไปเลยก็ว่าได้ แต่นี่แหละค่ะสาเหตุกระตุ้นที่ทำให้เป็นไมเกรนได้ง่ายๆ จากปัจจัยรอบตัวของเรา

เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย ทีนี้ก็ทราบกันแล้วใช่มั้ยคะ ทั้งหนุ่มๆ สาวๆ ว่าไมเกรนนั้นเกิดจากปัจจัยอะไรกระตุ้นบ้าง แล้วมีอาการอย่างไร หากใครที่ใช้ชีวิตในแต่ละวันท่ามกลางการเผชิญกับปัจจัยดังกล่าว แนะนำให้หาวิธีรับมือกันโดยด่วนหรือพยายามพาตัวเองออกมาจากแหล่งกระตุ้นเหล่านั้น หลักๆ ก็คือการพักผ่อนให้เพียงพอนั่นเอง และจากบทนี้เรื่องไมเกรนยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะคะ เดี๋ยวเรามาต่อกันเรื่องการป้องกัน-รักษาอาการของโรคไมเกรนกันในบทหน้าต่อไปเลยค่ะ

ความคิดเห็น