yay-6959566-digita1l

“ความจริงใจ” สำคัญต่อผู้ครองเรือนอย่างไร

ถ้าจะพูดถึงเรื่องการครองเรือน ใครๆ ก็คงอยากให้การครองเรือนยืนยาว และมีความสุขไปตลอดกาล เพราะการเปลี่ยนแปลงชีวิตแต่ละครั้งย่อมสำคัญ การที่คนสองคนจะมาอยู่ร่วมกันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าต้องการจะให้อยู่กันอย่างต่อเนื่องยาวนาน ก็ต้องมีหลักธรรมในการครองคู่

“ความจริงใจ” สำคัญต่อผู้ครองเรือนอย่างไร

                ในหลักธรรมของฆราวาสมี 4 ประการ แต่วันนี้เราจะกล่าวถึง หลักธรรมเรื่อง สัจจะหรือความจริงใจ ที่ผู้ครองเรือนควรรับรู้เพื่อนำไปปรับใช้ให้ชีวิตการครองเรือนต่างก็ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน อยู่กันอย่างเกื้อกูล

                สัจจะ หรือความจริงใจ หมายถึง การมีความมั่นคงในความซื่อสัตย์ต่อกัน ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านกาย ด้านวาจา และด้านจิตใจ ถ้าในดำรงชีวิตการครองเรือนมีสัจจะต่อกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลังย่อมเป็นที่ไว้วางใจ ย่อมสร้างพื้นที่ในการวางใจต่อกัน ไม่เกิดความหวาดระแวง การทะเลาะวิวาทก็ย่อมไม่เกิดขึ้นเช่นกัน

                สัจจะด้านกาย คือ การกระทำอย่างจริงใจ ลงมือกระทำในสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือให้คู่ครอง สร้างสัมพันธภาพของความไว้วางใจด้วยการกระทำของตัวคุณเอง ทำจริงอย่างที่พูดไม่เหลาะแหละ เช่น เมื่อพูดว่าจะกลับบ้านตรงเวลาก็กลับให้ตรงตามนั้น แต่ถ้ามีอุบัติเหตุที่ไม่สามารถกลับได้ ก็ควรมีการสื่อสารกันด้วยความจริงใจว่าเกิดอะไรขึ้น ง่ายๆ เพียงสื่อสารให้เกิดความเข้าใจต่อกัน แค่นี้การครองคู่ก็มีความสุข ยกเว้นว่า เจตนาของคุณจะไม่น่าไว้วางใจนั่นคือเหตุปัจจัยของความร้าวฉานแน่นอน

                สัจจะด้านวาจา คือ การพูดด้วยความจริงใจ เมื่อหัวใจคุณคิดอย่างไรก็สื่อสารออกไปตรงๆ กับคู่ของคุณเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในความคิดของแต่ละคน เพราะคนสองคนจะมาอยู่ด้วยกันย่อมมีการเลี้ยงดูที่แตกต่าง ถ้าไม่มีการสื่อสารกันย่อมยากที่จะเข้าใจ การตีความไปเองมักทำให้เกิดการแตกร้าวของการครองคู่ พึงระวังกันด้วยนะคะ

                สัจจะด้านใจ คือ การวางใจให้ซื่อตรงต่อคู่ของคุณ ไม่ว่าสิ่งใดที่ใหม่กว่า สดกว่า เย้ายวนกว่าเข้ามาย่อมต้องมีวิธีการตัดใจ โดยยึดหลักธรรมนี้ไว้ในจิตใจ ย่อมจะสร้างการครองคู่ที่ยั่งยืนได้ เมื่อไรก็ตามที่ใจคุณเริ่มไขว้เขว มันจะติดตามมาด้วยการลงมือกระทำบางอย่าง จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามคู่ของคุณย่อมรู้ได้ด้วยการกระทำที่ส่งผลมาจากใจของคุณที่เริ่มเปลี่ยนแปลง

“ความจริงใจ” สำคัญต่อผู้ครองเรือนอย่างไร

                แม้ว่าเราจะเกิดมาแตกต่างกันเพียงไหน มาจากครอบครัวที่แตกต่างกันอย่างไร ถ้ามีความจริงใจต่อกันทั้งต่อหน้า และลับหลัง ย่อมสร้างฐานความรักให้ยั่งยืนยาวนาน ไม่ต้องเสียเวลามาคอยหวาดระแวงซึ่งกันและกัน มีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย นำเวลาที่คอยจับผิดกันไปทำมาหากินเพื่อความเจริญก้าวหน้าจะดีกว่าไหมคะ

                ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ทฺราวาสา ฆรา ทุกฺขา (เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้)” คุณทั้งคู่เป็นผู้ที่เลือกที่จะมาอยู่ด้วยกันเอง ดังนั้น…การครองคู่จะให้ยั่งยืนยาวนานแค่ไหน ย่อมต้องเลือกเองเช่นกันค่ะ ถ้ามีคุณธรรมหรือหลักยึดที่ดีก็ย่อมมีหนทางการใช้ชีวิตที่ดีตามมาเช่นกัน แต่ก็ควรตั้งสติในการเลือกด้วยนะคะ เลือกได้เลือกเลยค่ะ เพื่อตัวของคุณทั้งคู่ไม่ใช่เพื่อใครอื่น

ความคิดเห็น