yay-6959566-digita1l

ก่อนเลือกใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสี UV สาวๆ รู้จักครีมกันแดดดีแล้วหรือยัง?

 สาเหตุหลักของการมีผิวคล้ำเสีย ตามมาด้วยฝ้า กระ จุดด่างดำและริ้วรอยก่อนวัย นั่นก็คือ ผิวของเราได้รับการทำร้ายจากแสงแดดนั่นเอง เนื่องจากในแสงแดดมีทั้งรังสี UVA และ UVB อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวสาวๆ คล้ำเสียจากแดดง่าย และยังนำมาซึ่งปัญหาผิวต่างๆ ได้อย่างใจหาย

ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่อาจมองข้ามการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันแน่นอน แต่ก่อนที่สาวๆ จะเลือกใช้ครีมกันแดดนั้น คุณมั่นใจดีแล้วหรือยังคะว่าครีมกันแดดที่เลือกใช้ เลือกได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสภาพผิว กับกิจกรรมในระหว่างวัน และค่า SPF แบบไหนที่ควรเลือกใช้ หากใครมีข้อสงสัยเรื่องเหล่านี้ ตามมาดูรายละเอียดดีๆ เกี่ยวกับการเลือกใช้ครีมกันแดดอย่างถูกต้องไปพร้อมๆ เรากันดีกว่าค่ะ

ก่อนเลือกใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสี UV สาวๆ รู้จักครีมกันแดดดีแล้วหรือยัง?

การทำงานของครีมกันแดด

ครีมกันแดดมีส่วนผสมสำคัญซึ่งจะทำหน้าที่ปกป้องรังสี UV ไม่ให้ทำลายผิว โดยการดูดซับรังสีและป้องกันแสงจากรังสีไม่ให้ทะลุผ่านไปถึงชั้นผิว หรือเกิดกระบวนการที่จะทำให้รังสี UV แตกกระจายตัวออกไปเพื่อไม่ให้เข้ามาทำร้ายผิวหนังของเราโดยตรง

รังสี UVA มีผลทำให้ผิวหน้าคล้ำเสียง่ายและยังส่งผลทำให้ผิวเกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัย เพราะฉะนั้น หากสาวๆ ออกจากบ้านไปตากแดดแล้วพบว่าผิวคล้ำเสีย สาเหตุก็เพราะรังสี UVA

รังสี UVB Burning ส่งผลให้สภาพผิวหนังมีปัญหาไหม้แดดหรือเกรียมแดด เช่น กรณีไปนอนอาบแดดแล้วผิวไหม้ ผิวเกรียมกลับมา สาเหตุก็เนื่องจากรังสี UVB 

ก่อนเลือกใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสี UV สาวๆ รู้จักครีมกันแดดดีแล้วหรือยัง?

ค่า SPF คืออะไร?

SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor  เป็นค่าในการปกป้องแสงแดด โดยถูกกำหนดขึ้นด้วยระบบของ SPF ส่วนใหญ่แล้วเราจะคำนวนปริมาณจากการป้องกันรังสี UVB โดยตัวเลขของ SPF นั้นสามารถบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวไม่ให้ได้รับการทำลายจากแสงแดดจนมีสภาพไหม้แดดได้เป็นระยะเวลานานเท่าไร เช่น ค่า SPF 15 ซึ่งหมายถึง การปกป้องผิวจากการไหม้แดดได้ 15 เท่า หากปกติแล้ว สาวๆ ออกไปเผชิญแสงแดดโดยไม่ได้ทาครีมกันแดดเลยผิวก็จะไหม้แดดได้ภายในเวลา 20 นาที แต่หากทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ระยะเวลาที่ผิวไหม้แดดจะร่นระยะเวลาออกไปเป็น 15 เท่าของ 20 นาที หรือประมาณ 300 นาที ซึ่งก็คือ 5 ชั่วโมงนั่นเอง ผิวของคุณจึงจะไหม้แดดได้

จำเป็นไหม? ที่ต้องเลือกครีมกันแดดค่า SPF สูง

อันที่จริงแล้ว การเลือกทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ไม่ได้หมายความนะคะว่าจะสามารถป้องกันแสงแดดได้ดีกว่าค่า SPF ที่น้อยกว่า เพราะตามหลักความเป็นจริงแล้ว ครีมกันแดด SPF สูงจะยิ่งก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนังได้ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังมีแนวโน้มด้วยว่าอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่จะทำให้ผิวของเราแพ้ มีผดผื่นคันตามมา นอกจากนี้ ยังส่งผลทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เกิดรอยด่างๆ และอาจทำให้เสื้อผ้าเลอะเป็นคราบเหลืองจากครีมกันแดดได้อีกด้วยค่ะ 

ก่อนเลือกใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสี UV สาวๆ รู้จักครีมกันแดดดีแล้วหรือยัง?

PA คืออะไร?

PA คือ ค่าที่ใช้วัดในการป้องกันรังสี UVA โดย PA นั้นย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA ทว่ายังไม่มีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานสำหรับการวัดค่าของการดูดซึมรังสี UVA ดังนั้น จึงถือเอาคำว่า PA มาใช้เป็นหน่วยวัดรังสี UVA อย่างไม่เป็นทางการเท่าใดนัก และค่า PA นั้นก็สามารถแบ่งได้ด้วยกัน 3 ระดับก็คือ PA+, PA++ และ PA+++

PA+ เหมาะสำหรับผู้ที่ทำกิจกรรมทั่วไป อยู่ในร่ม ในบ้าน อาคาร ออฟฟิศ เรียกว่าไม่ค่อยได้เจอแสงแดดมากเท่าใดนัก

PA+++ เหมาะสำหรับผู้ที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องออกแดดนานหรือออกแดดบ่อย จำเป็นอย่างมากที่ผิวจะต้องได้รับการป้องกันรังสีสูง

และหากใครที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องออกแดดเป็นเวลานานมากหลายชั่วโมง ก็ควรเลือกทาครีมกันแดดที่มีค่า PA++ หรือสูงมากกว่านี้จะดีที่สุด เพื่อให้การปกป้องผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยาวนาน 

ก่อนเลือกใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสี UV สาวๆ รู้จักครีมกันแดดดีแล้วหรือยัง?

หลักการเลือกซื้อครีมกันแดดอย่างเหมาะสม ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง?

เนื่องจากแสงแดดร้อนแรงอย่างมากในทุกๆ วัน สาวๆ เราก็ย่อมมิอาจหลีกเลี่ยงการทาครีมกันแดดไปไม่ได้แน่นอน ว่าแต่สำหรับมือใหม่ที่กำลังหันมาใส่ใจทาครีมกันแดด เราจะมีหลักในการเลือกซื้อครีมกันแดดอย่างไรบ้าง จุดนี้หลายคนอาจมีข้อสงสัยเพราะมีครีมกันแดดมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ ซึ่งอันที่จริงแล้ว หลักการเลือกซื้อครีมกันแดดที่ดี เหมาะสม เราควรพิจารณาถึงประสิทธิภาพของการป้องกันแสงแดด โดยดูได้จากค่า SPF (sun protection factor)

สาวๆ ควรทำความเข้าใจก่อนว่า แสงแดดมีรังสี UV ด้วยกัน 2 ชนิด คือชนิด UVA และ UVB สำหรับรังสี UVA นั้นเป็นรังสีที่มีอยู่ในแสงแดดตลอดทั้งวัน โดยเริ่มมีตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก ซึ่งรังสี UVA เป็นตัวการที่ทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆ ทำให้แก่ก่อนวัย ประการสำคัญที่คุณควรรู้คือ แม้คุณไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดด แม้นั่งทำงานอยู่ตรงริมหน้าต่างก็ตาม คุณก็มีโอกาสได้รับแสงรังสี UVA ที่สาดส่องเข้ามายังริมหน้าต่างได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงควรทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA ในขณะที่รังสีอีกชนิดหนึ่งก็คือ รังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำและไหม้แดดโดยรังสีนี้จะส่งผลให้เห็นภายในระยะเวลา 24-48 ชั่วโมง

ปกติแล้ว การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF จะให้การปกป้องแสงแดดได้เฉพาะรังสี UVB เท่านั้น ไม่สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ เพราะฉะนั้น หลักการพิจารณาเลือกซื้อครีมกันแดดที่ดี สาวๆ จึงควรเลือกครีมกันแดดประเภทที่มีคุณสมบัติสามารถให้การป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB โดยอ่านจากฉลากรายละเอียดที่ระบุบนตัวผลิตภัณฑ์นั่นเอง 

ก่อนเลือกใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสี UV สาวๆ รู้จักครีมกันแดดดีแล้วหรือยัง?

เลือกค่า SPF ของครีมกันแดด แบบสูงหรือต่ำ เลือกใช้แบบไหนจะดีกว่ากัน?

ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปนั้นจะให้ฤทธิ์ในการป้องกันรังสีแตกต่างกันน้อยมาก โดยค่า SPF 15 มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UVB ได้ 93% SPF 30 สามารถป้องกันได้ 97% ขณะที่ค่า SPF 50 ขึ้นไป สามารถป้องกันได้ 98% จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะฉะนั้น สาวๆ จึงอาจไม่มีความจำเป็นเลยก็ได้ที่คุณจะต้องเลือกใช้ครีมกันแดดค่า SPF สูงๆ เสมอไป

ครีมกันแดดที่ดีจะต้องเข้ากันได้กับสภาพผิว

หลักการเลือกใช้ครีมกันแดดที่ดีอีกประการหนึ่งก็คือ ครีมกันแดดที่ดีนั้นต้องมีคุณสมบัติเข้ากันได้กับสภาพผิวของเรา เมื่อทาแล้วเนื้อครีมกันแดดย่อมสามารถกระจายตัวได้เป็นอย่างดี ไม่ก่อให้เกิดคราบเหนียวเหนอะหนะ ซึ่งในปัจจุบันก็มีครีมกันแดดด้วยกันหลากหลายยี่ห้อ ได้แก่ ประเภทเนื้อครีม เนื้อเจล เซรั่ม หรือโลชั่น แต่ละประเภทล้วนเหมาะกับสภาพผิวแต่ละคนแตกต่างกัน โดยเฉพาะสาวผิวมัน แนะนำให้เลือกทาครีมกันแดดประเภทเนื้อเจลหรือเซรั่มจะเหมาะสมกว่า เพื่อให้เนื้อครีมสามารถซึมซาบลงสู่ผิวโดยไม่ทิ้งคราบเหนียวเหนอะหนะ และยังลดความเสี่ยงต่อการอุดตันในรูขุมขนได้อีกด้วย 

ก่อนเลือกใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสี UV สาวๆ รู้จักครีมกันแดดดีแล้วหรือยัง?

วิธีทาครีมกันแดดอย่างถูกต้อง

1.ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน แม้ในวันฝนตกหรือแดดออกก็ตาม โดยเฉพาะในวันที่ไม่มีแสงแดด รังสี UV ก็ยังมีอิทธิพลร้ายแรง โดยสามารถทะลุผ่านเมฆและทำลายผิวเราได้อย่างง่ายดายเช่นเดิม

2.ครีมกันแดดที่เปิดใช้งานแล้วมักมีอายุการใช้งานนับจากวันเปิดใช้ 1 ปีเท่านั้น หากเกินกว่า 1 ปีแล้ว ยังใช้ครีมกันแดดไม่หมด แนะนำให้ทิ้งไปอย่าเสียดาย แล้วซื้อครีมกันแดดตัวใหม่มาใช้แทนจะดีที่สุด เพราะหากยังใช้ต่อไป นอกจากประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดที่ลดลงแล้ว ครีมกันแดดที่หมดอายุการใช้งานเร็ว ทั้งสีและกลิ่นอาจส่งผลทำให้ผิวแพ้ จนเกิดอาการระคายเคืองผิวตามมาได้

3.ในวันธรรมดาที่ไม่ได้มีกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเลือกใช้ครีมกันแดดค่า SPF อย่างน้อย 15 และหากมีกิจกรรมกลางแจ้ง แนะนำให้เลือกใช้ค่า SPF 30 ขึ้นไป ส่วนเด็กอายุมากกว่า 6 เดือน ควรใช้ครีมกันแดด SPF 50 ส่วนทารกที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน ไม่ควรทาครีมกันแดดและควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจะดีที่สุด

4.ปริมาณในการใช้ครีมกันแดดนับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะมันมีผลในการช่วยป้องกันแสงแดด ซึ่งสามารถปกป้องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณในการใช้ด้วยนั่นเอง ดังนั้น จึงควรทาครีมกันแดดให้เพียงพอเหมาะสมกับผิวทั่วทั้งร่างกาย เนื่องจากครีมกันแดดมีราคาแพง สาวๆ หลายคนกลัวว่าครีมจะหมดเร็ว ทำให้สิ้นเปลืองเงินมากจึงคิดว่าทาน้อยๆ เป็นการประหยัดจะดีกว่า หารู้ไม่ว่าประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดอาจลดลง และอาจทำให้สีผิวสาวๆ ไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังควรใส่ใจทาผิวบริเวณที่ถูกแสงแดดเผาได้ง่าย อย่างเช่น จมูกและหลังเท้า เป็นต้น

5.ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 20-30 นาที เพื่อให้เนื้อครีมซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างล้ำลึกเต็มที่ก่อน และควรทาซ้ำทุก 90 นาทีถึง 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง และหากผิวโดนน้ำหรือมีเหงื่อออกก็ควรรีบทาครีมกันแดดซ้ำทันที 

ก่อนเลือกใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสี UV สาวๆ รู้จักครีมกันแดดดีแล้วหรือยัง?

ครีมกันแดดชนิดกันน้ำ เหมาะสมกับใคร?

สำหรับครีมกันแดดชนิดกันน้ำนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องออกกำลังกายอย่างการว่ายน้ำ หรือผู้ที่มีกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่อาจโดนน้ำอยู่บ่อยๆ โดยก่อนเลือกซื้อ คุณควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า "waterproof" ระบุอยู่ ซึ่งครีมกันแดดชนิดนี้มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวได้ยาวนานประมาณ 80 นาที แต่หากครีมกันแดดชนิดใดที่มีระบุคำว่า "water resistant" นั่นแปลว่ามันสามารถให้การปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ประมาณแค่ 40 นาทีเท่านั้น และอีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรรู้ก็คือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดแบบสเปรย์ เมื่อถูกน้ำจะสามารถหลุดออกได้ง่ายและหลุดออกรวดเร็วกว่าการทาครีมกันแดดประเภทเนื้อครีมหรือโลชั่นอีกด้วย เพราะฉะนั้น ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดแบบสเปรย์ (ฉีดพ่น) จึงไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีกิจกรรมทางน้ำหรือต้องโดนน้ำบ่อยๆ 

ก่อนเลือกใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสี UV สาวๆ รู้จักครีมกันแดดดีแล้วหรือยัง?

หลังจากที่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับครีมกันแดดอย่างครบวงจรแล้ว สาวๆ ควรรู้ไว้ว่าการป้องกันแสงแดดทำร้ายผิวเราได้ดีมากที่สุด ก็คือการพยายามหลบเลี่ยงการเผชิญแสงแดดนั่นเอง เพราะแสงแดดทุกวันนี้ร้อนแรงอย่างมาก ก่อให้เกิดผิวเสียได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

แนะนำให้คุณปกป้องผิวด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด สวมหมวกปีกกว้าง แว่นตากันแดดและกางร่มทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เท่านี้ก็จะช่วยลดโอกาสที่แสงแดดจะทำร้ายผิวเราจนเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังได้มากขึ้นแล้วค่ะ 

ความคิดเห็น




1 ความคิดเห็น


  1. Fatal error: Uncaught Error: Call to undefined function ereg() in /home/kaewsai/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php:239 Stack trace: #0 /home/kaewsai/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php(210): commenter_link() #1 /home/kaewsai/public_html/wp-includes/class-walker-comment.php(180): colabs_list_comments(Object(WP_Comment), Array, 1) #2 /home/kaewsai/public_html/wp-includes/class-wp-walker.php(146): Walker_Comment->start_el('', Object(WP_Comment), 1, Array) #3 /home/kaewsai/public_html/wp-includes/class-walker-comment.php(140): Walker->display_element(Object(WP_Comment), Array, 2, 0, Array, '') #4 /home/kaewsai/public_html/wp-includes/class-wp-walker.php(371): Walker_Comment->display_element(Object(WP_Comment), Array, 2, 0, Array, '') #5 /home/kaewsai/public_html/wp-includes/comment-template.php(2096): Walker->paged_walk(Array, 2, 0, 0, Array) #6 /home/kaewsai/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/comments.php(11): wp_list_comments(Array) #7 /home/kaewsai/public_html/wp-includes/commen in /home/kaewsai/public_html/wp-content/themes/DDtemplate/functions.php on line 239